เมื่อในชั้นเรียนมีเด็กที่เก่งกว่าเพื่อนร่วมชั้นเรียน เราจะต้องบริหารจัดการให้เด็กได้เรียนตามศักยภาพ โดยย้ายเด็กเรียนในระดับที่เด็กสามารถเรียนได้ เช่น ย้ายจาก ป.4 ไป ม.1

โรงเรียนในประเทศอังกฤษมีการบริหารจัดการกับเด็กเก่งอย่างไร?
1. ให้เด็กจินตนาการต่อ คือ เด็กกลุ่มนี้จะสามารถจินตนาการได้โดยต้องดูภาพว่า อะไรเกิดขึ้นก่อนหน้า และ จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ เด็กกลุ่มนี้สามารถที่จะจิตนาการได้หลายรูปแบบ และไม่คิดว่า คำตอบของเพื่อนจะถูกเสมอ ซึ่งต่างจากเด็กกลุ่มอื่นทีคิดว่า คำตอบของเพื่อนนั้นถูกเสมอ
2. ตั้งคำถามปลายเปิด ซึ่งเด็กในกลุ่มนี้จะสามารถหาคำตอบได้หลากหลายรูปแบบจากโจทย์เพียงข้องเดียว
3. ให้เด็กคาดเดาตามหลักวิทยาศาสตร์ โดยครูตั้งคำถามโดยคำว่า “ถ้า..” ซึ่งมันจะท้าทายกว่า

การจัดการเด็กเก่งในชั้นเรียน
ครูควรให้เด็กทุกคนทำกิจกรรมร่วมกันในห้อง โดยจัดให้เด็กเก่งและเด็กกลางอยู่ในกลุ่มเดียวกัน และแยกเด็กอ่อนออกไปสอนต่างหาก และการสอนเด็กอ่อนจะต้องไปอย่างช้าๆ หรืออาจจะตัดเนื้อหาบางส่วน หรือลดความละเอียดของเนื้อหาลงบ้าง นอกจากนี้ครูยังต้องเตรียมกิจกรรมเพิ่มเติมสำหรับเด็กเก่ง เพราะเด็กเก่งมักจะทำกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายทั้งห้องเสร็จเร็วกว่านักเรียนคนอื่นๆ นักเรียนกลุ่มนี้ก็อาจจะป่วน ไปรบกวนเพื่อนคนอื่นๆ ที่ยังทำกิจกรรมไม่เสร็จ ครูจึงเตรียมกิจกรรมเสริมสำหรับเด็กเก่ง อาจจะเป็นเกมส์ หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เด็กสนใจ ซึ่งกิจกรมจะไม่บังคับ เด็กอาจจะทำหรือไม่ทำก็ได้
มีหลายโรงเรียนในประเทศไทยที่แยกนักเรียนออกตามศักยภาพ โดยการแยกห้องเด็กเก่ง เด็กกลาง และเด็กอ่อน การแยกห้องเรียนแบบนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังต่อไปนี้
ข้อดีของการแยกห้องเรียนตามศักยภาพของเด็ก
การแยกห้องเด็กเก่ง เด็กกลาง และเด็กอ่อน จะทำให้ตรงตามศักยภาพของเด็ก คือ เด็กเก่งก็จะอยู่เฉพาะเด็กเก่ง ครูสามารถที่จะดันไปได้เลย เด็กกลางครูก็จะสอนไปแบบปกติ และเด็กอ่อน ครูจะต้องช่วยให้เด็กประสบความสำเร็จ
ข้อเสียของการแยกห้องเรียนตามศักยภาพของเด็ก
1. การแยกห้องเรียนตามศักยภาพของเด็กนั้น จะทำให้เด็กอ่อนไม่มีการกระตุ้นตัวเอง
2. เด็กเก่งจะสยใจแค่ตัวเอง ไม่หันมาสนใจเพื่อน อาจจะเกิดแนวโน้มทำให้เด็กเห็นแก่ตัวได้ เพราะเด็กเก่งจะแข่งกับตัวเองตลอดเวลา และเมื่อเด็กเก่งอยู่ด้วยกัน มักจะมีการแข่งขันกัน

การเรียนที่คละกันทั้งเด็กเก่ง เด็กกลาง และเด็กอ่อนนั้นจะดีกว่าการแยกห้องตามศักยภาพ เพราะเด็กจะสามารถแบ่งปัน และฝึกฝนกันได้ ครูจะต้องบริหารจัดการในชั้นเรียนและแผนการสอนให้ได้ ว่าจะให้เด็กเก่งเพิ่มขึ้นอย่างไร เด็กกลางอย่างไร และเด็กอ่อนอย่างไร

การจัดแผนการเรียนการสอน
1. เริ่มต้นด้วยการคุยเกริ่นนำ และสอนเนื้อหาไปพร้อมๆ กัน
2. เมื่อสอนเสร็จ แบ่งให้เด็กทำแบบฝึกหัด และมีกิจกรรมเสริมให้กับกลุ่มเด็กเก่ง หลังจากทำแบบฝึกหัดที่ครูมอบหมายแล้ว ก็อาจจะไปหยิบกิจกรรมเสริมมาทำต่อได้ แต่ไม่ใช่กิจกรรมที่บังคับ เด็กอาจจะทำหรือไม่ทำก็ได้
3. เมื่อครูมอบหมายงานแล้ว ครูจะต้องกลับไปดูกลุ่มเด็กอ่อน และสอนโดยการลดเนื้อบางส่วนลง ดูแลการทำงานของเด็ก จนเด็กสามารถทำได้เอง

ในประเทศไทย เด็กที่ฉลาดไม่ใช่เฉพาะทางด้านวิชาการ เด็กบางคนเก่งหลายอย่าง เช่น เก่งทักษะการพูด เก่งด้านกีฬา เก่งด้านดนตรี เก่งด้านศิลปะ ครูจะต้องมองเห็นและดึงความสามารถของเด็กออกมา โดยการให้เด็กกลุ่มนี้เรียนก่อน แล้วจะมีกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับความสามารถของเด็กให้เด็กทำ

About these ads